เจ้าพระยาจ่อสูงขึ้น ปภ.เตือน 10 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวัง พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเสี่ยงเพิ่ม 0.60–1.50 เมตร

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสาน 10 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังกรมชลประทานคาดวันที่ 27 กันยายน 2569 น้ำผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์จะอยู่ที่ 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบางแห่งในพระนครศรีอยุธยามีระดับน้ำสูงขึ้นอีกประมาณ 0.60–1.50 เมตร
ข่าวจริง เผยแพร่ 20 กันยายน 2569
กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. วันที่ 20 กันยายน 2569 ว่า ปภ.ได้ประสาน 10 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด
ผู้ให้ข้อมูลคือ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจ่อเพิ่ม
นายธีรพัฒน์ระบุว่า ปภ.ได้รับข้อมูลจากกรมชลประทานว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำช่วง 1–9 วันข้างหน้า วันที่ 27 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะเดียวกัน คาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาอีกราว 50–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยารวมอยู่ที่ประมาณ 1,150–1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ท้ายเขื่อนคาดระบาย 700–1,000 ลบ.ม./วินาที
ระบบชลประทาน 2 ฝั่งจะรับน้ำไว้ประมาณ 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากนั้นคาดว่าจะต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ผลคือพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบางแห่งอาจมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60–1.50 เมตร
จุดเสี่ยงหลักอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา
ปภ.ระบุพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
- อำเภอเสนา
- อำเภอผักไห่
- อำเภอบางบาล
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอบางปะอิน
- อำเภอบางไทร
ข่าวทางการระบุชัดว่า การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ
จุดนี้จึงต้องระวังไม่พาดว่า “อยุธยาน้ำท่วมทั้งจังหวัด” เพราะข้อมูลรองรับเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบางแห่งเท่านั้น
10 จังหวัดและ กทม. ที่ต้องเฝ้าระวัง
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ประสานพื้นที่ต่อไปนี้ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
1. อุทัยธานี
2. ชัยนาท
3. สิงห์บุรี
4. อ่างทอง
5. สุพรรณบุรี
6. พระนครศรีอยุธยา
7. ลพบุรี
8. ปทุมธานี
9. นนทบุรี
10. สมุทรปราการ
รวมถึง กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังให้แจ้งเตือนประชาชน ผู้ประกอบการ และกิจการที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เช่น งานก่อสร้างริมตลิ่งและแพร้านอาหาร ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ
จังหวัดต้องเตรียมเครื่องจักรและกำลังช่วยเหลือ
หากแนวโน้มสถานการณ์รุนแรงขึ้น ปภ.ให้จังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ เตรียมเครื่องจักรกล เจ้าหน้าที่ และการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำถูกขอให้เตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หากระดับน้ำเพิ่มขึ้น
เกี่ยวอะไรกับเกษตรกร
สำหรับเกษตรกร ข่าวนี้มีความสำคัญโดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูก ฟาร์ม หรือโรงเรือนที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย หรือพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ
ความเสี่ยงที่ควรจับตา ได้แก่
- น้ำเข้าพื้นที่นาและสวน
- เครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรอยู่ในจุดต่ำ
- ปุ๋ย สารเคมี อาหารสัตว์ และผลผลิตที่เก็บไว้ใกล้พื้น
- เส้นทางเข้าออกแปลงถูกน้ำตัด
อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ยัง ไม่ได้ระบุว่าพื้นที่เกษตรเสียหายแล้วกี่ไร่ และไม่ได้หมายความว่าทั้ง 10 จังหวัดจะถูกน้ำท่วม
จึงควรถือเป็นข่าว เตือนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อม มากกว่ารายงานความเสียหาย
นาดีดีสรุป
ข่าวนี้จริงและเผยแพร่วันที่ 20 กันยายน 2569
สิ่งที่ยืนยันได้คือ ปภ.ประสาน 10 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
จุดที่ต้องจับตาหนักที่สุดคือพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน 6 อำเภอของพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจมีระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 0.60–1.50 เมตร
แต่ข้อมูลทางการยังระบุว่า ไม่กระทบพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ และยังไม่มีตัวเลขความเสียหายภาคเกษตรจากการเตือนครั้งนี้
สำหรับเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ ติดตามระดับน้ำจริงในพื้นที่และประกาศจากจังหวัดหรือท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ที่มา : ข่าวจริงประเทศไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


