ราคาสินค้าเกษตร 14–18 ก.ย. ข้าวทรงตัว กากถั่วเหลืองขึ้น หอมมะลิ 100% ชั้น 2 อยู่ 3,500–3,583 บาท/100 กก.

กรุงเทพธุรกิจเผยแพร่สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ 14–18 กันยายน 2569 ภาพรวมกากถั่วเหลืองปรับราคาเพิ่มขึ้น ส่วนข้าวโพด ปลาป่น ข้าว สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ทรงตัว ขณะที่พาดหัวรายงานระบุข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 (68/69) ที่ 3,500–3,583 บาทต่อ 100 กิโลกรัม ข้าวขาว 5% 1,450 บาทต่อ 100 กิโลกรัม และสะโพกไก่ 102.50 บาทต่อกิโลกรัม
ข่าวจริง เผยแพร่ 18 กันยายน 2569
กรุงเทพธุรกิจเผยแพร่บทความดังกล่าววันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 16:16 น. โดยเป็นการสรุปภาวะสินค้าเกษตรในช่วงวันที่ 14–18 กันยายน
พาดหัวต้นทางระบุตัวเลขสำคัญ ได้แก่
- ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 (68/69) 3,500–3,583 บาท/100 กก.
- ข้าวขาว 5% 1,450 บาท/100 กก.
- สะโพกไก่ 102.50 บาท/กก.
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านควรแยกตัวเลขแต่ละประเภทออกจากกัน ไม่ควรเหมารวมว่าเป็น “ราคาหน้าไร่” เพราะรายงานประกอบด้วยราคาหลายระดับ ทั้งราคาสินค้าในตลาด ราคาหน้าฟาร์ม ราคา ณ โรงงาน และราคาส่งออก
ข้าว ภาพรวมรายงานว่ายังทรงตัว
ในส่วนตลาดข้าว สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานว่า ข้าวขาว 100% ชั้น 2 อยู่ที่ กระสอบละ 1,470 บาท ขณะที่ปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ อยู่ที่ กระสอบละ 1,150 บาท
ด้านตลาดส่งออก ข้าวสาร 100% ชั้น 2 ส่งออกท่าเรือกรุงเทพฯ แบบ FOB ลดจาก 496 ดอลลาร์/ตัน เหลือ 490 ดอลลาร์/ตัน
ปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ แบบ FOB ลดจาก 397 ดอลลาร์/ตัน เหลือ 392 ดอลลาร์/ตัน
ต้นทางประเมินแนวโน้มราคาข้าวโดยรวมว่า “น่าจะทรงตัว”
อย่าสับสนราคาข้าวสารกับราคาข้าวเปลือกหน้าไร่
สำหรับชาวนา จุดที่ต้องระวังคือ ตัวเลขในรายงานดังกล่าวไม่ได้หมายถึงราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายหน้าโรงสีทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น ราคาข้าวสารส่งออกแบบ FOB เป็นราคาสินค้าส่งออกที่มีต้นทุนการสี การคัดคุณภาพ การบรรจุ การขนส่ง และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศรวมอยู่ในระบบแล้ว
จึงไม่ควรนำราคาส่งออกหรือราคาข้าวสารมาตีเป็นราคาข้าวเปลือกหน้าไร่โดยตรง
ราคาที่ชาวนาได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว ความชื้น คุณภาพเมล็ด พื้นที่ จุดรับซื้อ และสถานการณ์ของโรงสีในแต่ละช่วง
ข้าวโพดทรงตัวที่หาบละ 588 บาท
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์อยู่ที่ หาบละ 588 บาท และต้นทางประเมินว่าแนวโน้มราคาในประเทศน่าจะทรงตัว
ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคา ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ไม่ใช่ราคาข้าวโพดทุกจุดรับซื้อทั่วประเทศ
เกษตรกรจึงต้องดูเงื่อนไขเรื่องความชื้น คุณภาพ และจุดส่งมอบประกอบด้วย
กากถั่วเหลืองขยับขึ้น 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม
สินค้าที่ขยับชัดในสัปดาห์นี้คือกากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ซึ่งปรับจาก 18.00 บาท เป็น 18.50 บาท/กก.
ต้นทางเชื่อมโยงการปรับขึ้นกับความต้องการซื้อถั่วเหลืองที่ยังสูง โดยเฉพาะจากจีน รวมถึงค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นและความกังวลด้านผลผลิตในต่างประเทศ
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ผลิตอาหารสัตว์ การขยับของกากถั่วเหลืองเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ต้องจับตา เพราะเป็นวัตถุดิบโปรตีนสำคัญในสูตรอาหารสัตว์หลายชนิด
ปลาป่นยังทรงตัว
ราคาปลาป่นในไทยยังทรงตัว โดยต้นทางระบุว่า
- ปลาป่นเกรดกุ้ง 63 บาท/กก.
- ปลาป่นเบอร์ 1 โปรตีนมากกว่า 60% อยู่ที่ 57.70 บาท/กก.
- ปลาป่นเกรดต่ำกว่า 60% อยู่ที่ 52.70 บาท/กก.
- ปลาป่นเบอร์ 2 โปรตีนมากกว่า 60% อยู่ที่ 54.20 บาท/กก.
แนวโน้มยังถูกประเมินว่าทรงตัว
ไก่เนื้อและไข่ไก่ยังทรงตัว
ข้อมูลจากเว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ที่ถูกนำมาอ้างในรายงาน ระบุว่า ราคาไก่เนื้อมีชีวิตระหว่างวันที่ 14–18 กันยายน 2569 อยู่ที่ 45–46 บาท/กก.
ลูกไก่เนื้ออยู่ที่ตัวละ 20.50 บาท และลูกไก่ไข่ตัวละ 28 บาท
ส่วนราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง อยู่ที่ 4.00 บาท/ฟอง
แล้วตัวเลข “สะโพกไก่ 102.50 บาท” คืออะไร
กรุงเทพธุรกิจระบุตัวเลข สะโพกไก่ 102.50 บาท/กก. ไว้ในพาดหัวข่าว
แต่เนื้อหารายงานที่เผยแพร่ในหน้าเดียวกันอธิบายราคาฝั่งไก่เนื้อมีชีวิตและลูกไก่มากกว่า โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเงื่อนไขของราคา 102.50 บาทไว้ครบในข้อความที่เผยแพร่
ดังนั้น นาดีดีจะไม่ตีความต่อเองว่าเป็นราคา ณ จุดใด พื้นที่ใด หรือร้านค้าประเภทใด จนกว่าจะมีรายละเอียดต้นทางเพิ่มเติม
เกษตรกรควรอ่านรายงานนี้อย่างไร
สิ่งสำคัญคืออย่าใช้คำว่า “ราคาสินค้าเกษตร” เหมารวมว่าทุกตัวเลขเป็นราคาที่เกษตรกรได้รับ
รายงานนี้มีราคาหลายระดับ เช่น
- ราคาหน้าฟาร์ม
- ราคา ณ ไซโลหรือโรงงาน
- ราคาข้าวสาร
- ราคาส่งออก
- ราคาสินค้าบริโภค
แต่ละตัวเลขจึงต้องอ่านพร้อมกับจุดซื้อขายและเงื่อนไขของตัวเอง
สรุป
สัปดาห์ 14–18 กันยายน 2569 ภาพรวมตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจคือ กากถั่วเหลืองปรับขึ้น ส่วนข้าวโพด ปลาป่น ข้าว สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ยังทรงตัว
สำหรับชาวนา ข่าวนี้ยังไม่ได้หมายความว่าราคาข้าวเปลือกหน้าไร่ทั่วประเทศอยู่ในระดับเดียวกันกับตัวเลขข้าวสารในพาดหัว
สิ่งที่ควรติดตามคู่กันคือราคาข้าวเปลือกจริงในจังหวัด จุดรับซื้อ ความชื้น และคุณภาพ เพราะนั่นคือราคาที่สะท้อนรายได้เกษตรกรได้ตรงกว่าครับ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


