แชร์

“นพพล” จี้ นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนา-ชาวไร่อ้อย ทุ่งรับน้ำต้องได้ดูแล เงินไร่ละ 1,000–2,000 ยังรอข้อสรุป

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ย. 2026
14 ผู้เข้าชม

พรรคเพื่อไทยเผยแพร่ความเคลื่อนไหวล่าสุดด้านมาตรการช่วยเกษตรกร นาย นพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก และประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ เรียกร้องให้เร่งดูแลชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ เร่งหาข้อสรุปมาตรการช่วยผู้ปลูกข้าวปีการผลิตใหม่ พร้อมเสนอสนับสนุนค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน เพื่อลดภาระเกษตรกรที่ช่วยลดการเผาและฝุ่น PM 2.5 แต่ทุกตัวเลขยังต้องแยกให้ชัดว่าเป็นข้อเสนอและอยู่ในกระบวนการพิจารณา ไม่ใช่มติจ่ายเงินแล้ว

“นพพล” เสนอชดเชยชาวนาที่เสียพื้นที่ให้ทุ่งรับน้ำ

วันที่ 17 กันยายน 2569 พรรคเพื่อไทยเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ นาย นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก และประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร

นาย นพพลระบุว่า ตนพร้อมด้วย สส. และอดีต สส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำก่อนระบายลงสู่พื้นที่ภาคกลาง

เหตุผลของข้อเสนอคือ เมื่อภาครัฐนำพื้นที่เกษตรไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เกษตรกรในพื้นที่อาจสูญเสียโอกาสในการเพาะปลูกหรือใช้ประโยชน์จากที่ดินในช่วงเวลาดังกล่าว จึงควรมีมาตรการชดเชยหรือดูแลผลกระทบ

พรรคเพื่อไทยระบุว่า พื้นที่ที่อยู่ในกรอบการพิจารณาปัจจุบันครอบคลุมทุ่งรับน้ำ 12 แห่ง ในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง

นาย นพพลยังเสนอเพิ่มเติมว่า พื้นที่อื่นที่ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นทุ่งรับน้ำอย่างเป็นทางการ แต่ถูกใช้ในลักษณะเดียวกัน ควรได้รับการพิจารณาภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันด้วย

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าเกษตรกรพื้นที่ใดจะได้รับสิทธิ อัตราชดเชยเท่าใด และใช้เกณฑ์อะไร ยังต้องรอประกาศหรือมติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ

เงินช่วยชาวนา “1,000 หรือ 2,000 บาท/ไร่” ยังไม่ใช่มติอนุมัติ

อีกประเด็นที่นาย นพพลเรียกร้อง คือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับปีการผลิตใหม่ โดยขอให้รัฐบาลเร่งกำหนดรูปแบบและอัตราให้ชัดเจน

ตัวเลขที่อยู่ในการหารือช่วงที่ผ่านมา มีทั้ง 1,000 บาทต่อไร่ และ 2,000 บาทต่อไร่ รวมถึงแนวทางช่วยเหลือในรูปแบบอื่น

จุดที่เกษตรกรต้องระวังคือ ยังไม่ควรนำตัวเลข 1,000 หรือ 2,000 บาทต่อไร่มาตีความว่าเป็นสิทธิที่อนุมัติแล้ว

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ได้รับข้อเสนอเรื่องการช่วยเหลือชาวนาปีการผลิต 2569/70 และส่งให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิตพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม

ดังนั้น ขั้นตอนยังต้องมีการสรุปรายละเอียด ก่อนเสนอเข้าสู่ นบข.ชุดใหญ่ และหากมาตรการมีภาระงบประมาณหรือเงื่อนไขที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี ก็ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

“ศุภจี” ทำหน้าที่ประธาน นบข.

พรรคเพื่อไทยระบุว่า ขั้นตอนสำคัญหลังจากการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านการผลิต คือการเสนอเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติชุดใหญ่

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ประธานการประชุม นบข. โดยในการประชุม นบข. ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางศุภจีเป็นประธานการประชุม

นาย นพพลจึงเรียกร้องว่า หากคณะอนุกรรมการด้านการผลิตมีข้อสรุปเสนอให้ช่วยเกษตรกร ก็ขอให้ นบข.ชุดใหญ่เร่งพิจารณา เพื่อให้ชาวนาทราบมาตรการที่ชัดเจนโดยเร็ว

ขอค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน

นอกจากเรื่องข้าว นาย นพพลยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โดยเฉพาะผู้ที่ตัดอ้อยสดแทนการเผาก่อนตัด

อัตราที่เสนอคือ 120 บาทต่อตัน

เหตุผลที่ยกขึ้นมาคือ การตัดอ้อยสดมีต้นทุนสูงกว่าการตัดอ้อยไฟไหม้ โดยเฉพาะค่าแรงงาน แต่เกษตรกรที่เลือกตัดสดช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5

ในอดีต รัฐบาลเคยมีมาตรการช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดในอัตรา 120 บาทต่อตันมาแล้ว เช่น ฤดูการผลิต 2564/65 แต่ข้อเสนอที่นาย นพพลกล่าวถึงครั้งนี้เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสำหรับรอบใหม่

ดังนั้น ยังไม่ควรตีความว่าชาวไร่อ้อยจะได้รับ 120 บาทต่อตันในฤดูผลิตปัจจุบันแล้ว

นาดีดีแยกสถานะ 3 เรื่องให้เกษตรกร

ข่าวนี้มีหลายมาตรการอยู่ในข่าวเดียวกัน หากอ่านเพียงพาดหัวอาจทำให้เข้าใจว่าได้รับอนุมัติทั้งหมดแล้ว จึงควรแยกสถานะดังนี้

1. การชดเชยพื้นที่ทุ่งรับน้ำ
เป็นข้อเสนอให้รัฐดูแลเกษตรกรที่สูญเสียโอกาสจากการใช้พื้นที่บริหารจัดการน้ำ โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่ทุ่งรับน้ำ 12 แห่ง แต่รายละเอียดสิทธิและอัตรายังต้องรอความชัดเจน

2. เงินช่วยชาวนา 1,000–2,000 บาทต่อไร่
ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณามาตรการสำหรับปีการผลิตใหม่ ตัวเลขยังไม่ใช่อัตราที่ได้รับอนุมัติสุดท้าย และยังไม่มีวันโอนที่ยืนยันได้

3. ค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน
เป็นข้อเรียกร้องของนาย นพพลให้รัฐบาลนำกลับมาพิจารณา ยังไม่ใช่มติอนุมัติสำหรับฤดูผลิตรอบใหม่

เกษตรกรต้องรออะไรต่อ?

สำหรับชาวนา ประเด็นสำคัญคือข้อสรุปจากคณะอนุกรรมการด้านการผลิต และมติของ นบข.ชุดใหญ่ ว่าจะเลือกมาตรการช่วยเหลือรูปแบบใด อัตราเท่าไร มีเพดานจำนวนไร่หรือเงื่อนไขอย่างไร

ส่วนชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ต้องจับตาหลักเกณฑ์กำหนดพื้นที่และการชดเชยว่า จะครอบคลุมเฉพาะ 12 ทุ่งที่กำหนดไว้ หรือรวมพื้นที่อื่นที่ถูกใช้หน่วงน้ำจริงด้วย

สำหรับชาวไร่อ้อย ต้องรอดูว่ารัฐบาลจะรับข้อเสนอ 120 บาทต่อตันไปดำเนินการหรือไม่ รวมถึงฤดูการผลิตที่จะครอบคลุม ปริมาณอ้อยที่มีสิทธิ และหลักเกณฑ์อ้อยสดที่ใช้รับเงิน

สรุป ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 ข่าวนี้เป็นความเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้องให้เร่งช่วยเกษตรกร ยังไม่ใช่ประกาศสิทธิ ไม่ใช่วันเปิดลงทะเบียน และยังไม่มีวันโอนเงินสำหรับมาตรการใหม่ทั้งสามเรื่อง

ที่มา : พรรคเพื่อไทย

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้