แชร์

ก่อนข้าวนาปีล็อตใหญ่ลงตลาด! ชาวนาจับตาราคา รัฐวาง 5 มาตรการรับ 11.5 ล้านตัน—เอาอยู่แค่ไหนต้องดู

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
53 ผู้เข้าชม

ข้าวนาปีปีการผลิต 2569/70 กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสำคัญก่อนฤดูเก็บเกี่ยว ขณะที่รัฐบาลวางมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกรวม 5 โครงการ เป้าหมายรวม 11.50 ล้านตัน วงเงินประมาณ 59,467.58 ล้านบาท ตั้งแต่ชะลอการขาย ให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมผลผลิต สนับสนุนผู้ประกอบการเก็บสต็อก ไปจนถึงพัฒนาข้าวคุณภาพสูง โดยโจทย์สำคัญหลังจากนี้คือมาตรการจะเริ่มทำงานทันช่วงผลผลิตออก และช่วยพยุงราคาที่ชาวนาได้รับจริงได้มากน้อยเพียงใด

คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับโครงสร้างการผลิต ภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” หรือ New Rice Economy

การประชุมมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรการรวมทั้งหมด 5 โครงการ มีเป้าหมายดูแลข้าวประมาณ 11.50 ล้านตัน และมีกรอบวงเงินรวม 59,467.58 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 49,275 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท

11.50 ล้านตัน ไม่ใช่ผลผลิตข้าวทั้งประเทศ

ตัวเลขนี้ต้องแยกให้ชัดเจน

11.50 ล้านตันเป็นเป้าหมายปริมาณข้าวภายใต้มาตรการรักษาเสถียรภาพทั้ง 5 โครงการ ไม่ใช่ประมาณการผลผลิตข้าวนาปีทั้งหมดของประเทศไทย

ดังนั้น ไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปพาดหรือสื่อสารว่า “ประเทศไทยจะผลิตข้าวเพียง 11.5 ล้านตัน”

ข้อมูลปริมาณผลผลิตข้าวนาปีและการกระจายผลผลิตรายเดือนต้องอ้างอิงชุดประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรแยกต่างหาก

โครงการแรก ชะลอขาย 3 ล้านตัน

โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 มีเป้าหมายประมาณ 3 ล้านตันข้าวเปลือก

แนวคิดคือช่วยให้เกษตรกรที่มีศักยภาพในการเก็บรักษาผลผลิตไม่จำเป็นต้องรีบนำข้าวออกขายทันทีในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

รัฐบาลกำหนดการสนับสนุนค่าฝากเก็บตามเงื่อนไขของโครงการ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชะลอปริมาณข้าวบางส่วนออกจากตลาด

หากทำงานได้ตามเป้าหมาย จะช่วยกระจายช่วงเวลาการขายและลดแรงกดดันด้านราคาในช่วงเก็บเกี่ยว

ให้สหกรณ์รวบรวมอีก 1.5 ล้านตัน

โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร มีเป้าหมายประมาณ 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก

รัฐเตรียมวงเงินสินเชื่อเพื่อให้สหกรณ์และสถาบันเกษตรกรมีสภาพคล่องสำหรับรับซื้อผลผลิตจากสมาชิก

มาตรการนี้มีความสำคัญ เพราะหากสถาบันเกษตรกรสามารถรับซื้อได้จริง เกษตรกรจะมีทางเลือกในการจำหน่ายมากกว่าการพึ่งผู้ซื้อเพียงช่องทางเดียว

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของสหกรณ์ เงินทุนหมุนเวียน พื้นที่เก็บรักษา และความสามารถในการบริหารตลาดหลังรวบรวมผลผลิตแล้ว

หนุนผู้ประกอบการเก็บสต็อก 4 ล้านตัน

อีกมาตรการคือการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก เป้าหมายประมาณ 4 ล้านตันข้าวเปลือก

รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนด เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการรับซื้อและเก็บข้าวไว้ในสต็อก แทนการเร่งระบายออกสู่ตลาดทันที

หลักคิดยังคงเป็นการลดปริมาณข้าวที่เข้าสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

ดูดซับอีก 3 ล้านตัน พร้อมดันข้าวคุณภาพสูง

โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 มีเป้าหมายอีกประมาณ 3 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร หรือ “ข้าวประณีต ระยะที่ 2” มีเป้าหมายสนับสนุน 266 กลุ่มที่ยังไม่ได้รับการคัดเลือก

กลุ่มที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป และองค์ความรู้ด้านการตลาด

แนวทางดังกล่าวพยายามแก้ปัญหาในระยะยาวจากการขายข้าวในฐานะสินค้าปริมาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่การผลิตข้าวที่มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ตัวเลข “17 ล้านตันเดือน พ.ย.” เป็นข้อมูลคนละปี

ช่วงนี้มีข่าวถูกนำกลับมาเผยแพร่ว่า ราคาข้าวเปลือกปรับขึ้นรับคำสั่งซื้อใหม่ พร้อมระบุว่ามีผลผลิตประมาณ 17 ล้านตันออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน

จากการตรวจสอบพบว่า ตัวเลขประมาณ 17.047 ล้านตันดังกล่าวอ้างถึงการกระจายผลผลิตข้าวนาปีในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 63.17% ของผลผลิตนาปีในข้อมูลชุดนั้น

ไม่ใช่ประมาณการที่ระบุว่าเดือนพฤศจิกายน 2569 จะมีข้าว 17 ล้านตันออกสู่ตลาด

ดังนั้น การประเมินสถานการณ์ข้าวปีการผลิต 2569/70 ต้องใช้ข้อมูลประมาณการชุดใหม่ ไม่ควรนำตัวเลขจากฤดูกาลก่อนมาใช้เหมือนเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน

มีมาตรการแล้ว แต่ราคายังต้องพิสูจน์ในตลาดจริง

สำหรับชาวนา การมีมาตรการ 5 โครงการถือเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมรับผลผลิตฤดูใหม่

แต่การอนุมัติมาตรการไม่ได้หมายความว่าราคาข้าวจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

ราคายังขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่ออกในแต่ละช่วง คุณภาพและความชื้นของข้าว ความต้องการของโรงสี คำสั่งซื้อส่งออก ราคาข้าวในตลาดโลก ค่าเงินบาท และการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกอื่น

สิ่งที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการหรือวงเงินงบประมาณ

แต่ต้องดูว่ากลไกต่างๆ เริ่มทำงานทันฤดูเก็บเกี่ยวหรือไม่

จากนี้ชาวนาต้องจับตา 3 เรื่องพร้อมกัน

เรื่องแรกคือปริมาณผลผลิตข้าวนาปีที่จะทยอยออกสู่ตลาดในแต่ละเดือน โดยต้องอ้างอิงข้อมูลปี 2569/70 ล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

เรื่องที่สองคือราคาข้าวเปลือกในพื้นที่จริง ซึ่งต้องแยกชนิดข้าว ความชื้น คุณภาพ วันที่ และจุดซื้อขายให้ชัดเจน

และเรื่องที่สามคือการเริ่มดำเนินมาตรการทั้ง 5 โครงการ โดยเฉพาะโครงการชะลอขาย การรวบรวมโดยสถาบันเกษตรกร และการเก็บสต็อกของผู้ประกอบการ

หากกลไกเหล่านี้สามารถดึงข้าวบางส่วนออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมากได้จริง ก็มีโอกาสช่วยลดแรงกดดันต่อราคา

แต่ท้ายที่สุด...

ตัวชี้วัดไม่ได้อยู่ที่ “รัฐมีวงเงิน 59,467 ล้านบาท”

แต่อยู่ที่ว่า

“วันที่ชาวนาเกี่ยวข้าวแล้วนำไปขาย ได้รับราคาตันละเท่าไร?”

เพราะนั่นคือจุดที่นโยบายบนโต๊ะประชุมจะถูกพิสูจน์ด้วยรายได้จริงของเกษตรกร

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ข้าว #ข้าวนาปี #ชาวนา #ราคาข้าว #ราคาข้าวเปลือก #นบข #มาตรการข้าว #ชะลอขายข้าว #สหกรณ์ #ปีการผลิต2569_70 #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้