“สุกันยาณี” เตือน 8–13 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมาก! เกษตรกรพื้นที่ลุ่ม–เชิงเขาเร่งรับมือ น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่า

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนประเทศไทยรับมือฝนเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 8–13 กันยายน 2569 มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มมีผลกระทบจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ขณะที่ช่วง 9–11 กันยายน ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จากความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
*น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา** ลงนามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 2 (192/2569) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. โดยระบุช่วงผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8–13 กันยายน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน และภูมิภาคอื่นจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
8–11 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน
ในช่วงวันที่ 8–11 กันยายน ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง
สภาพดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
สำหรับช่วงวันที่ 9–11 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นเตือนประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสม
ความเสี่ยงสำคัญคือ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
12–13 ก.ย. เหนือ–อีสานฝนลด แต่กลาง–ตะวันออก–ใต้เพิ่ม
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12–13 กันยายน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
สถานการณ์ดังกล่าวจะผลักให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ก่อนเชื่อมเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
ผลคือ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง ขณะที่ภาคกลาง รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้ฟิลิปปินส์
กรมอุตุนิยมวิทยายังระบุว่า ในช่วงวันที่ 11–13 กันยายน หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อน และเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง
ประเด็นนี้ยังต้องติดตามการพัฒนาและเส้นทางของระบบอากาศจากประกาศฉบับต่อๆ ไป
จึงยังไม่ควรสรุปในขณะนี้ว่าพายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต้องเร่งเปิดทางระบายน้ำ
สำหรับภาคเกษตร ฝนตกหนักต่อเนื่องสามารถสร้างผลกระทบแตกต่างกันตามชนิดพืชและสภาพพื้นที่
นาข้าวในพื้นที่ลุ่มควรตรวจสอบคันนา ทางน้ำ และระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำส่วนเกินออกจากแปลงได้หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง
โดยเฉพาะแปลงที่อยู่ใกล้ลำน้ำหรือพื้นที่รับน้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม คำเตือนฝนหนักไม่ได้หมายความว่านาข้าวทุกพื้นที่จะเกิดน้ำท่วม เนื่องจากปริมาณฝนและความสามารถในการระบายน้ำแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ข้าวโพด–พืชไร่ใกล้เก็บเกี่ยว ระวังความชื้น
สำหรับข้าวโพดและพืชไร่ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว ฝนต่อเนื่องอาจทำให้การเก็บเกี่ยวล่าช้า และเพิ่มความชื้นของผลผลิต
เรื่องนี้มีความสำคัญกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยตรง เนื่องจากความชื้นเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ผู้รับซื้อใช้กำหนดราคา
เกษตรกรจึงควรพิจารณาทั้งความพร้อมของผลผลิต พยากรณ์ฝน และความสามารถในการลดความชื้นหลังเก็บเกี่ยว ก่อนตัดสินใจเกี่ยว
ไม่ควรเร่งเก็บเกี่ยวเพียงเพราะเห็นคำเตือนฝน หากผลผลิตยังไม่ถึงระยะเหมาะสม
สวนผลไม้–แปลงผัก ตรวจร่องน้ำก่อนฝนมา
สวนผลไม้ควรตรวจสอบร่องระบายน้ำและพื้นที่ที่เคยมีปัญหาน้ำขัง เพราะระบบรากของไม้ผลบางชนิดสามารถได้รับผลกระทบหากดินอิ่มน้ำเป็นเวลานาน
ส่วนแปลงผักและพืชอายุสั้นควรเตรียมระบบระบายน้ำ เนื่องจากพืชบางชนิดมีความไวต่อน้ำขังสูง
เกษตรกรควรตรวจโครงสร้างโรงเรือน ค้ำยันต้นไม้ และเก็บวัสดุหรืออุปกรณ์ที่อาจได้รับความเสียหายจากลมและฝนไว้ในพื้นที่ปลอดภัย
ปุ๋ย–สารเคมี ต้องดูฝนก่อนใช้
อีกเรื่องที่เกษตรกรควรระวังคือการวางแผนใส่ปุ๋ยและพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
หากฝนตกหนักหลังใส่ปุ๋ยหรือพ่นสารไม่นาน อาจเกิดการชะล้างหรือทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง
แต่ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรทุกพื้นที่ต้องหยุดใส่ปุ๋ยหรือพ่นสารตลอดช่วงวันที่ 8–13 กันยายน
ควรใช้พยากรณ์อากาศรายพื้นที่และสภาพแปลงจริงประกอบการตัดสินใจ
ข่าวเตือนฝน ไม่เท่ากับ “ทุกพื้นที่จะน้ำท่วม”
จุดสำคัญของประกาศฉบับนี้คือการเตือนให้ประชาชนและเกษตรกรเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ
คำว่า “อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก” เป็นการแจ้งความเสี่ยง ไม่ใช่การยืนยันว่าทุกจังหวัดที่ถูกเตือนจะเกิดน้ำท่วม
พื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณที่มีฝนสะสมหรือมีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก
สำหรับเกษตรกร ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน บางพื้นที่อาจต้องเร่งระบายน้ำออกจากแปลง ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งก่อนหน้านี้ประสบฝนทิ้งช่วงอาจได้รับประโยชน์จากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามพยากรณ์และคำเตือนในระดับพื้นที่ ไม่ควรใช้ภาพรวมประเทศตัดสินสถานการณ์ของแปลงตัวเองเพียงอย่างเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยากำหนดออกประกาศฉบับต่อไปวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น.
เกษตรกรจึงควรติดตามประกาศฉบับล่าสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะก่อนวางแผนเก็บเกี่ยว ใส่ปุ๋ย พ่นสาร สูบน้ำ หรือเคลื่อนย้ายผลผลิตในช่วงวันที่ 8–13 กันยายน
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #กรมอุตุนิยมวิทยา #ฝนตกหนัก #ฝนตกหนักมาก #เตือนภัย #น้ำท่วม #น้ำป่าไหลหลาก #เกษตรกร #ชาวนา #ชาวไร่ #พยากรณ์อากาศ


