แชร์

ข้าวโพดบางพื้นที่ขาย 4 บาท แล้วหน้าโรงงานรับเท่าไร? พาณิชย์บุกเช็ก CPF บ้านโป่ง พบยังรับซื้อ–เปิดราคา 9.75–10.10 บาท

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
29 ผู้เข้าชม

กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พบว่า ณ วันที่เข้าตรวจโรงงานยังมีความต้องการรับซื้อและสามารถรองรับข้าวโพดเพิ่มได้เต็มกำลังการผลิต พร้อมแสดงราคารับซื้อข้าวโพดความชื้นไม่เกิน 14.5% แยกตามคุณภาพ 3 เกรด ตั้งแต่ 9.75–10.10 บาทต่อกิโลกรัม ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกษตรกรบางพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ

*นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน** เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่า กรมการค้าภายในกำลังติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้และได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย

ช่วงนี้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังทยอยออกสู่ตลาด ขณะที่กรมฯ ได้รับข้อกังวลจากเกษตรกรในบางพื้นที่ ทั้งด้านราคารับซื้อและการบริหารจัดการคิวรับซื้อ จึงเร่งตรวจสอบโรงงานอาหารสัตว์และจุดรับซื้อ พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้รับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

CPF บ้านโป่งเปิดราคา 3 เกรด

ผลการตรวจสอบ ณ โรงงาน CPF บ้านโป่ง พบว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้นไม่เกิน 14.5% มีการแสดงราคารับซื้อแยกตามคุณภาพและชนิด ได้แก่

ข้าวโพดเบอร์ 1 ราคา 10.10 บาทต่อกิโลกรัม

ข้าวโพดเบอร์ 2 ราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม

และข้าวโพดเบอร์ 3 ราคา 9.75 บาทต่อกิโลกรัม

กรมการค้าภายในระบุว่า กำลังการผลิตอาหารสัตว์ของโรงงานสอดคล้องกับสต็อกสินค้า และ ณ วันที่ตรวจยังสามารถรองรับข้าวโพดเพิ่มได้เต็มกำลังการผลิต

อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ตรวจพบ ณ โรงงานและช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นราคาที่เกษตรกรทุกพื้นที่จะได้รับเท่ากัน

ทำไมบางพื้นที่ 4 บาท แต่หน้าโรงงานเกือบ 10 บาท?

นี่เป็นประเด็นที่ต้องอธิบายให้ชัดเจน เพราะในช่วงเดียวกันมีรายงานเกษตรกรบางพื้นที่ของจังหวัดตากขายข้าวโพดได้เพียงประมาณ 4 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาโรงงานในราชบุรีสำหรับข้าวโพดความชื้นไม่เกิน 14.5% อยู่ใกล้ 10 บาทต่อกิโลกรัม

ตัวเลขทั้งสองไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบตรงๆ ได้ หากไม่ทราบคุณภาพและเงื่อนไขของสินค้า

ข้าวโพดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวอาจมีความชื้นสูง ขณะที่ข้าวโพดที่ส่งถึงโรงงานในเกณฑ์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ผ่านการลดความชื้นและมีต้นทุนในการจัดการเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างด้านเกรด สิ่งเจือปน น้ำหนัก ค่ารวบรวม ค่าขนส่ง ระยะทาง และต้นทุนของผู้ประกอบการระหว่างหน้าแปลงกับหน้าโรงงาน

ดังนั้น ราคาหน้าโรงงานไม่เท่ากับราคาหน้าไร่โดยอัตโนมัติ

แต่ช่องว่างของราคาทำให้เกษตรกรควรรู้รายละเอียดให้มากที่สุดว่า ข้าวโพดของตัวเองถูกประเมินความชื้นเท่าไร อยู่ในเกรดใด และถูกหักราคาจากเงื่อนไขอะไรบ้าง

“ความชื้น” กระทบเงินเกษตรกรโดยตรง

กรมการค้าภายในให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่ง เพราะตัวเลขจากเครื่องมือเหล่านี้ถูกนำไปใช้คำนวณราคาที่เกษตรกรได้รับ

หากเครื่องวัดความชื้นคลาดเคลื่อน หรือเครื่องชั่งน้ำหนักไม่ถูกต้อง เกษตรกรสามารถเสียรายได้ได้ทันที

กรมฯ จึงตรวจทั้งสถานะการรับรองของเครื่องวัดความชื้น ความถูกต้องของเครื่องชั่ง การแสดงราคารับซื้อ หลักเกณฑ์การหักราคา และใบชั่งน้ำหนัก

ก่อนหน้านี้ การตรวจจุดรับซื้อในหลายจังหวัดพบผู้ประกอบการบางรายใช้เครื่องวัดความชื้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

ราคาต้องดู “คุณภาพ + จุดขาย” ควบคู่กัน

สถานการณ์ข้าวโพดช่วงนี้แสดงให้เห็นว่า การพูดเพียงว่า “ข้าวโพดกิโลละกี่บาท” อาจไม่เพียงพอ

ราคาที่เกษตรกรได้รับต้องพิจารณาควบคู่กับความชื้น คุณภาพ จุดซื้อขาย และต้นทุนที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งผลผลิตจากแปลงไปถึงผู้ใช้ปลายทาง

เกษตรกรที่ขายข้าวโพดสดหรือความชื้นสูงหน้าแปลง ย่อมมีโครงสร้างราคาแตกต่างจากข้าวโพดแห้งที่ถูกส่งถึงโรงงานอาหารสัตว์

ในทางกลับกัน ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้รับซื้อสามารถกำหนดความชื้นหรือหักราคาโดยไม่มีหลักเกณฑ์

การวัดและการชั่งต้องใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง และเงื่อนไขการรับซื้อต้องมีความโปร่งใส

พาณิชย์ย้ำโรงงานต้องรับซื้ออย่างเป็นธรรม

นายวิทยากรระบุว่า กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเกษตรกรมีผลผลิตแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้

กรมฯ ยังติดตามโรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ให้เปิดรับซื้อผลผลิตตามปกติ พร้อมกำกับการรับซื้อให้เป็นไปตามประกาศและหลักเกณฑ์ของภาครัฐ

สำหรับเกษตรกร หากพบปัญหาเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น การแสดงราคา หรือการรับซื้อที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

สถานการณ์นี้จึงทำให้คำถามเรื่องราคาข้าวโพดต้องละเอียดขึ้นจาก

“วันนี้ข้าวโพดกิโลละเท่าไร?”

เป็น

“ข้าวโพดความชื้นเท่าไร เกรดอะไร ขายตรงไหน และหลังหักทุกอย่างแล้วเกษตรกรได้เงินสุทธิเท่าไร?”

เพราะตัวเลขบนป้ายหน้าโรงงานเป็นข้อมูลสำคัญ

แต่สำหรับชาวไร่...

*ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือเงินสุทธิที่ได้รับจากผลผลิตของตัวเอง หลังผ่านการชั่งและวัดความชื้นอย่างถูกต้องและเป็นธรรม**

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ข้าวโพด #ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ #ราคาข้าวโพด #ชาวไร่ข้าวโพด #CPF #บ้านโป่ง #ราชบุรี #กรมการค้าภายใน #เครื่องวัดความชื้น #เครื่องชั่ง #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้