ของดีมีอยู่แล้ว แต่ถ้ามี “มาตรฐาน” จะขายได้ไกลกว่าเดิม! เกษตรฯ ไฟเขียวร่าง “ผำ–น้ำปลาร้า” เตรียมดันสินค้าคาร์บอนต่ำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย เห็นชอบร่างมาตรฐานใหม่สำหรับ “ผำ” เพื่อรองรับตลาด Superfood และ Plant-based พร้อมร่างมาตรฐาน “น้ำปลาร้าบรรจุขวด” แบบภาคสมัครใจ ขณะเดียวกันเตรียมจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรเพิ่มเติม รวมถึงกุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ เพื่อรองรับทิศทางตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2569 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“ผำ” จากอาหารพื้นบ้านสู่ตลาด Superfood
หนึ่งในร่างมาตรฐานใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบคือ “ผำ” ซึ่งเป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่บริโภคกันในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ปัจจุบันผำได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะวัตถุดิบอาหารที่มีศักยภาพ โดยถูกวางตำแหน่งเข้าสู่กลุ่ม Superfood และสามารถต่อยอดไปยังตลาดอาหารสุขภาพ อาหาร Plant-based และอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง
การจัดทำมาตรฐานจึงมีเป้าหมายสร้างเกณฑ์อ้างอิงด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อรองรับการขยายตัวจากการผลิตและบริโภคในระดับท้องถิ่นไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ที่กว้างขึ้น
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ หากตลาดผำขยายตัวจริง มาตรฐานจะมีบทบาทในการกำหนดว่าผลผลิตแบบใดสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่การค้าและอุตสาหกรรมได้
“น้ำปลาร้าบรรจุขวด” เตรียมมาตรฐานภาคสมัครใจ
อีกผลิตภัณฑ์ที่ที่ประชุมเห็นชอบร่างมาตรฐานคือ “น้ำปลาร้าบรรจุขวด” โดยกำหนดในลักษณะมาตรฐานภาคสมัครใจ
เป้าหมายคือยกระดับสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่ชัดเจนมากขึ้น และเพิ่มความพร้อมสำหรับตลาดที่มีข้อกำหนดด้านอาหาร
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง “ปลาร้า” อยู่ก่อนแล้ว คือ มกษ. 7023-2561 ซึ่งครอบคลุมปลาร้าดิบในภาชนะบรรจุ และไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ผ่านการแปรรูป
ดังนั้น ร่างมาตรฐาน “น้ำปลาร้าบรรจุขวด” ที่กำลังดำเนินการจึงเป็นการขยายกรอบมาตรฐานไปยังผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง ไม่ใช่การเริ่มจัดทำมาตรฐานปลาร้าขึ้นใหม่ทั้งหมด
รอบต่อไปมี “กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ”
นอกจากผำและน้ำปลาร้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเตรียมจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ เสาวรส และไม้ล้อมกลุ่มปาล์ม
การปรากฏคำว่า “คาร์บอนต่ำ” ในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรเป็นอีกสัญญาณของทิศทางตลาดโลก
ผู้ซื้อและประเทศคู่ค้ากำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการผลิต นอกเหนือจากคุณภาพและความปลอดภัยของตัวสินค้า
ในอนาคต สินค้าเกษตรจึงอาจต้องมีข้อมูลมากกว่าแหล่งผลิตและมาตรฐานความปลอดภัย แต่รวมถึงการใช้ทรัพยากร พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วย
มาตรฐานต้องไม่กลายเป็นต้นทุนใหม่ของเกษตรกรรายย่อย
ประเด็นสำคัญที่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ เน้นย้ำ คือการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และไม่สร้างภาระต้นทุนส่วนเกินให้แก่เกษตรกรรายย่อย
นี่ถือเป็นโจทย์สำคัญของการยกระดับมาตรฐาน
เพราะในทางหนึ่ง มาตรฐานสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่น เปิดตลาด และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้
แต่อีกด้านหนึ่ง การปรับกระบวนการผลิต การตรวจรับรอง การบันทึกข้อมูล และการรักษามาตรฐานล้วนมีต้นทุน
หากเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนดังกล่าว แต่ตลาดไม่ได้ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพียงพอ มาตรฐานก็อาจกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสทางการค้า
ดังนั้น การออกแบบมาตรฐานจึงต้องพิจารณาทั้งความต้องการของตลาดและความสามารถของผู้ผลิตรายย่อยไปพร้อมกัน
เตรียมยกระดับ “ตรา Q” ให้ผู้บริโภคจดจำ
น.ส.ปิยะรัฐชย์ยังมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. พัฒนาตราสัญลักษณ์มาตรฐาน Q ให้มีอัตลักษณ์ในระดับสากลและจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค
แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้มาตรฐานไม่ได้เป็นเพียงเอกสารรับรองที่ผู้ผลิตต้องมี แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคเห็นแล้วสามารถเชื่อมโยงกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าได้
หากผู้บริโภคให้คุณค่ากับเครื่องหมายดังกล่าวมากขึ้น ก็สามารถช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและมูลค่าของสินค้าที่ผ่านมาตรฐานได้
จาก “มีมาตรฐาน” ต้องเดินต่อถึง “มีตลาด”
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ประเด็นสำคัญของการยกระดับมาตรฐานจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนมาตรฐานใหม่ที่ประกาศออกมา
แต่คือผลลัพธ์หลังจากนำไปใช้จริง
ผำที่ผ่านมาตรฐานสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพได้มากขึ้นหรือไม่
น้ำปลาร้าที่ผ่านมาตรฐานสามารถขยายตลาดส่งออกได้หรือไม่
กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำจะได้รับราคาหรือโอกาสทางตลาดเพิ่มขึ้นมากพอที่จะชดเชยต้นทุนในการปรับระบบการผลิตหรือไม่
คำถามเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ว่ามาตรฐานสามารถสร้างมูลค่าให้ผู้ผลิตได้จริงเพียงใด
เพราะท้ายที่สุด...
“มาตรฐาน” ไม่ควรเป็นเพียงสิ่งที่เกษตรกรต้องทำเพิ่ม
แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ทำให้ สินค้าขายได้กว้างขึ้น ผู้ซื้อเชื่อมั่นมากขึ้น และเกษตรกรมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
หากสามเรื่องนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยก็จะสามารถเดินจากข้อกำหนดบนกระดาษ ไปสู่รายได้ของเกษตรกรได้จริง
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #มาตรฐานสินค้าเกษตร #ผำ #น้ำปลาร้า #Superfood #PlantBased #กุ้งคาร์บอนต่ำ #เกษตรคาร์บอนต่ำ #มาตรฐานQ #มกอช #ปิยะรัฐชย์ติยะไพรัช #สินค้าเกษตรไทย


